nuffnang Ads

วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 วิธีสวยเปล่งปลั่งแบบสาว "อินเลิฟ"

10 วิธีสวยเปล่งปลั่งแบบสาว "อินเลิฟ"

การตกหลุมรักทำให้คนเรามีความสุข และความสุขนี่เองที่เปล่งประกายออกมาจากภายใน ทำให้ผู้หญิงมักดูสวยขึ้น เวลามีความรัก แต่ถึงคุณจะโสดสนิท คุณก็สามารถสวยเปล่งปลั่งได้แบบเดียวกับสาวที่กำลัง "อินเลิฟ" เพียงแค่เลียนแบบความเจิดจรัส แบบสาวที่กำลังอินเลิฟ ไม่ว่าจะเป็นผิวที่ดูเปล่งปลั่งแก้มแดงระเรื่อ และดวงตาเปล่งประกาย

1. บำรุงผิวจากภายใน ผิวคุณต้องการการบำรุงอย่างเหมาะสม และวิตามินซีถือเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากภายใน นอกจากนี้ การทาวิตามินซีลงบนผิวยังช่วยบำรุงผิวจากภายนอกได้อีกแรงหนึ่ง วิตามินซีจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดด และเร่งการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว และถ้าคุณทาเซรั่มที่มีวิตามินซีก่อนมอยส์เจอไรเซอร์ วิตามินซีจะช่วยให้ผิวของคุณดูดซึมส่วนผสมที่เป็นประโยชน์จากมอยส์เจอไร เซอร์ได้ดีขึ้นด้วย

2. กำจัดเซลล์ผิวเสื่อสภาพ การขัดลอกเซลล์ผิวเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผิวของคุณดูเปล่งปลั่ง เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมตัวมากขึ้น ผิวของคุณจะหยุดการสะท้อนแสงและทำให้ผิวดูหมองคล้ำ ฉะนั้น ถ้าอยากให้ผิวดูเปล่งปลั่งการขัดเซลล์ผิวช่วยคุณได้

Tips
      เบกกิ้งโซดาสครับ ผสมเบกกิ้งโซดา 2-3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเล็กน้อย จนเป็นส่วนผสมข้น ๆ ทาลงบนใบหน้า จากนั้น ขัดผิวเป็นวงกลมเล็ก ๆ ให้ทั่วแล้วล้างออก
      สครับแป้งข้าวโพดบดหยาบ (Commeal) ผสมแป้งข้าวโพด 2-3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเล็กน้อย แล้วทำแบบเดียวกับเบกกิ้งโซดา
  สครับอัลมอนด์ ผสมอัลมอนด์บดละเอียด ? ช้อนโต๊ะ กับน้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา
   สครับข้าวโอ๊ต ผสมข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และโยเกิร์ต 2 ช้อนชา ทาลงบนใบหน้า โดยทาทิ้งไว้สองสามนาทีก่อนขัดผิว แล้วล้างออก
  สครับน้ำตาลทราย ใช้น้ำตาลทรายแดง ? ช้อนชา ผสมกับน้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ ทาทั่วใบหน้าแล้วขัดเบา ๆ เป็นวงกลม
  สครับน้ำผึ้ง ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำตาลทรายแดง ? ช้อนชา และน้ำแร่ 2 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทาทั่วใบหน้าแล้วนวดเบา ๆ
สครับไข่แดง ใช้ไข่แดง 1 ฟอง ผสมกับน้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ นวดเบา ๆ ทั่วใบหน้า

3. ปรับตามฤดูกาล ถ้าคุณปรับกิจวัตรการดูแลผิวของคุณไปตามฤดูกาล คุณจะมีโอกาสมีผิวที่สุขภาพดีกว่า โดยใช้ครีมที่เข้มข้นขึ้นในช่วงหน้าหนาวและอากาศแห้ง และเปลี่ยนมาใช้แบบที่บางเบาลงในหน้าร้อน รวมถึงเพิ่มโทนเนอร์เพื่อความสดชื่น และใช้มาส์กที่ดูซับความมันเป็นครั้งคราว

4. นวดหน้า ใบหน้าของคุณมีความเครียดมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จึงส่งผลให้เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงผิวหนังเกิดการหดตัวผิวหนังจึงขาดสาร บำรุงและความชุ่มชื้นจนดูไม่สดใส แต่คุณสามารถแก้ปัญหาพวกนั้นได้ด้วยการนวดหน้าที่จะช่วยไล่ความตึงเครียดออก จากกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านล่าง นอกจากนี้ การนวดก็เหมือนการกดจุดที่ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนให้ระบายสารพิษออกไป และช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ด้วย

Tip การทำความสะอาดผิวในช่วงกลางคืน คือช่วงเวลาเหมาะในการนวดหน้า โดยใช้คลีนเซอร์ชนิดน้ำมันหรือครีมชโลมลงบนใบหน้าเยอะ ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการเหนี่ยวรั้งผิวขณะนวด ใช้มือลูบไล้เบา ๆ จากด้านหน้าคอขึ้นไปจนถึงหน้าผาก แล้วเลื่อนลงมาทางด้านข้างใบหน้า ทำแบบนี้หลาย ๆ ครั้ง จากนั้นวางนิ้วให้ขัดกันแล้วกดนวดเบา ๆ เป็นแนววงกลมตั้งแต่คางไปจนถึงใบหู จากกึ่งกลางริมฝีปากไปจนถึงใบหู จากจมูกผ่านแก้มขึ้นไปถึงขมับ และจากหน้าผากไปถึงขมับจบด้วยการลูบไล้จากหน้าอกขึ้นไปถึงขมับ

5. จัดการกับเม็ดสี ความหมองคล้ำและจุดด่างดำเป็นผลมาจากการสร้างเม็ดสีตามธรรมชาติ และจากการเผชิญกับแสงแดด ป้องกันการเกิดความหมองคล้ำและจุดด่างดำที่ทำให้ผิวดูไม่สดใสด้วยการทาครีม กันแดดชนิดที่กันได้ทั้งรังสียูวีเอและบีเป็นประจำ และถ้าเกิดจุดด่างดำขึ้นแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่มีสารช่วยให้ผิวกระจ่างใส สามารถช่วยให้จุดด่างดำจางลงได้ แต่ถ้ายังไม่หายก็อาจต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อการรักษาอย่างตรงจุด

6. เลิกนิสัยเสีย ๆ การ สูบบุหรี่เร่งความร่วงโรยของผิว คุณจะไม่อาจมีผิวที่สุขภาพดีไปได้ ถ้าเส้นเลือดตีบตันไม่นำสารอาหารไปเลี้ยงผิว และการสูบบุหรี่ยังทำลายคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสตินด้วย

7. ฝึกโยคะ โยคะ ไม่เพียงจะดีต่อกล้ามเนื้อ แต่ยังทำให้ผิวดีขึ้นด้วย ประโยชน์ของมันเกิดได้สองประการก็คือ หนึ่ง กระตุ้นการไหลเวียนทำให้ออกซิเจนไหลไปทั่วร่างกาย นำเอาสารอาหารไปเลี้ยงผิวและขับของเสียออกมา สอง คุณจะผ่อนคลาย ทำให้กล้ามเนื้อทั่วเรือนร่างและบนใบหน้าไม่เกร็งและตึงเครียด

Tip บริหารใบหน้า
      นอกจากการฝึกโยคะแล้ว ลองใช้ท่าบริหารใบหน้าต่อไปนี้ เพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อที่จะช่วยยกโครงหน้าขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ ซึ่งควรทำอย่างต่อเนื่อง
เติมพลังให้กล้ามเนื้อทั้งใบหน้า อ้าปากให้กว้างยืดกรามแต่ละข้างและกล้ามเนื้อทั้งหมดบนใบหน้าเป็นเวลา 10-30 วินาที
     กระชับกล้ามเนื้อคอ กราม ริมฝีปาก และแก้ม วางมือทั้งสองข้างลงบนกระดูกไหปลาร้า แล้วเชิดคางขึ้น จากนั้น ขยับริมฝีปากบนให้กระทบกับริมฝีปากล่างแรง ๆ 12 ครั้ง หยุดพักแป๊บนึง แล้วทำซ้ำอีก
เพิ่มความตึงกระชับบริเวณเปลือกตา วางนิ้วชี้ไว้ตรงบริเวณใต้คิ้ว จากนั้น กดขึ้นไปด้านบนเบา ๆ ขยับตาแล้วคลายออกอย่างรวดเร็ว 12 ครั้ง หยุดพักแป๊บนึ่ง แล้วทำแบบนั้นซ้ำอีก

8. เลียนแบบความเปล่งประกาย ผิวสุขภาพดีจะดูเปล่งปลั่งเพราะมันเรียบเนียนและสะท้อนแสงได้มากกว่าผิวที่ หมองคล้ำและไม่เรียบเนียน แต่เราสามารถเลียนแบบความเปล่งประกาย เช่นนั้นได้ด้วยการใช้เมคอัพที่มีชิมเมอร์เล็กน้อย เคล็ดลับสำคัญของการใช้ชิมเมอร์ก็คือเติมชิมเมอร์ลงไปในบริเวณที่ผิวไม่เป็น มันเงา และอยู่ให้ห่างจากที-โซน รวมถึงบริเวณเปลือกตา เพราะชิมเมอร์จะยิ่งทำให้เส้นริ้วรอยบาง ๆ ดูชัดเจนขึ้น

Tip น้อยดีกว่ามาก
        ชิมเมอร์ควรใช้เพื่อเน้นจุดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ เช่น ใช้อายแชโดว์แบบแวววาวกับลิปสติกแบบเนื้อแมตต์ หรือกลับกันก็ได้ หรืออาจแค่เติมความผุดผ่องให้ผิวด้วยการทาไฮไลต์ตามแนวโหนกแก้มและส้นจมูก ถ้ารู้สึกว่าทามากเกินไปก็ใช้แป้งแบบทรานสลูเซ่นต์ทากับเพื่อทำให้มันดูเบา ลง


9. ริมฝีปากอวบอิ่ม การเลียนแบบเรียวปากที่ดูอวบอิ่มสดใสของสาวแรกรักเป็นเรื่องไม่ยากเย็นแต่ อย่างใด เพียงแค่ลิปกลอสหรือลิปสติกแบบมันวาวก็สามารถจัดให้คุณได้แล้ว แต่หากไม่ชอบความมันวาวของกลอส ลองใช้ชิมเมอร์เล็กน้อยทาลงบริเวณรอยหยักของเรียวปาก มันจะทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นได้เช่นกัน

Tip อย่าสนใจเพียงแค่เรียวปาก
         แต่ให้สนใจในสิ่งที่ผ่านเข้าไปในปากด้วย จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แคลอรีและน้ำตาลขัดขาวขัดขวางหนทางสู่ความเปล่งปลั่ง เพราะถ้าคุณกินน้ำตาลมากเกินไป คุณจะสร้างอินซูลินที่ทำให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น และสามารถสร้างผลลบต่อการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติได้


10. ดวงตาสดใส ถ้าอยากดูแข็งแรง และสดใส คุณต้องกำจัดรอยคล้ำและรอยบวมใต้ดวงตาออกไป การนอนให้เต็มอิ่ม 8 ชั่วโมง จะช่วยได้ หรือเลือกใช้อายครีมดี ๆ ที่มีส่วนผสมช่วยให้ผิวรอบดวงตากระจ่างสดใส นอกจากนี้ การนอนให้เพียงพอยังเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับผิวที่สุขภาพดี เพราะการนอนไม่พอทำให้ผิวหมองคล้ำและขาดน้ำ คุณจึงควรสร้างตารางการนอนที่เหมาะสมเพื่อผิวที่สวยงาม

Tip มัดผมเวลานอน
        ถ้าคุณผมยาว เพื่อไม่ให้เส้นผมมาโดนผิวหน้า เพราะน้ำมันจากเส้นผมอาจเกาะผิวและทำให้ผิวอุดตันซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้





ที่มา ... Lisa

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น