10 วิธีสวยเปล่งปลั่งแบบสาว "อินเลิฟ"
การตกหลุมรักทำให้คนเรามีความสุข
และความสุขนี่เองที่เปล่งประกายออกมาจากภายใน ทำให้ผู้หญิงมักดูสวยขึ้น
เวลามีความรัก แต่ถึงคุณจะโสดสนิท
คุณก็สามารถสวยเปล่งปลั่งได้แบบเดียวกับสาวที่กำลัง "อินเลิฟ"
เพียงแค่เลียนแบบความเจิดจรัส แบบสาวที่กำลังอินเลิฟ
ไม่ว่าจะเป็นผิวที่ดูเปล่งปลั่งแก้มแดงระเรื่อ และดวงตาเปล่งประกาย
1. บำรุงผิวจากภายใน
ผิวคุณต้องการการบำรุงอย่างเหมาะสม
และวิตามินซีถือเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากภายใน
นอกจากนี้ การทาวิตามินซีลงบนผิวยังช่วยบำรุงผิวจากภายนอกได้อีกแรงหนึ่ง
วิตามินซีจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดด
และเร่งการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว
และถ้าคุณทาเซรั่มที่มีวิตามินซีก่อนมอยส์เจอไรเซอร์
วิตามินซีจะช่วยให้ผิวของคุณดูดซึมส่วนผสมที่เป็นประโยชน์จากมอยส์เจอไร
เซอร์ได้ดีขึ้นด้วย
2. กำจัดเซลล์ผิวเสื่อสภาพ
การขัดลอกเซลล์ผิวเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผิวของคุณดูเปล่งปลั่ง
เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมตัวมากขึ้น
ผิวของคุณจะหยุดการสะท้อนแสงและทำให้ผิวดูหมองคล้ำ ฉะนั้น
ถ้าอยากให้ผิวดูเปล่งปลั่งการขัดเซลล์ผิวช่วยคุณได้
Tips
เบกกิ้งโซดาสครับ ผสมเบกกิ้งโซดา 2-3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเล็กน้อย จนเป็นส่วนผสมข้น ๆ ทาลงบนใบหน้า จากนั้น ขัดผิวเป็นวงกลมเล็ก ๆ ให้ทั่วแล้วล้างออก
สครับแป้งข้าวโพดบดหยาบ (Commeal) ผสมแป้งข้าวโพด 2-3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเล็กน้อย แล้วทำแบบเดียวกับเบกกิ้งโซดา
สครับอัลมอนด์ ผสมอัลมอนด์บดละเอียด ? ช้อนโต๊ะ กับน้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา
สครับข้าวโอ๊ต ผสมข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และโยเกิร์ต 2 ช้อนชา ทาลงบนใบหน้า โดยทาทิ้งไว้สองสามนาทีก่อนขัดผิว แล้วล้างออก
สครับน้ำตาลทราย ใช้น้ำตาลทรายแดง ? ช้อนชา ผสมกับน้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ ทาทั่วใบหน้าแล้วขัดเบา ๆ เป็นวงกลม
สครับน้ำผึ้ง ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำตาลทรายแดง ? ช้อนชา และน้ำแร่ 2 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทาทั่วใบหน้าแล้วนวดเบา ๆ
สครับไข่แดง ใช้ไข่แดง 1 ฟอง ผสมกับน้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ นวดเบา ๆ ทั่วใบหน้า
3. ปรับตามฤดูกาล
ถ้าคุณปรับกิจวัตรการดูแลผิวของคุณไปตามฤดูกาล
คุณจะมีโอกาสมีผิวที่สุขภาพดีกว่า
โดยใช้ครีมที่เข้มข้นขึ้นในช่วงหน้าหนาวและอากาศแห้ง
และเปลี่ยนมาใช้แบบที่บางเบาลงในหน้าร้อน
รวมถึงเพิ่มโทนเนอร์เพื่อความสดชื่น
และใช้มาส์กที่ดูซับความมันเป็นครั้งคราว
4. นวดหน้า
ใบหน้าของคุณมีความเครียดมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
จึงส่งผลให้เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงผิวหนังเกิดการหดตัวผิวหนังจึงขาดสาร
บำรุงและความชุ่มชื้นจนดูไม่สดใส
แต่คุณสามารถแก้ปัญหาพวกนั้นได้ด้วยการนวดหน้าที่จะช่วยไล่ความตึงเครียดออก
จากกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านล่าง นอกจากนี้
การนวดก็เหมือนการกดจุดที่ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนให้ระบายสารพิษออกไป
และช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ด้วย
Tip การทำความสะอาดผิวในช่วงกลางคืน
คือช่วงเวลาเหมาะในการนวดหน้า
โดยใช้คลีนเซอร์ชนิดน้ำมันหรือครีมชโลมลงบนใบหน้าเยอะ ๆ
เพื่อไม่ให้เกิดการเหนี่ยวรั้งผิวขณะนวด ใช้มือลูบไล้เบา ๆ
จากด้านหน้าคอขึ้นไปจนถึงหน้าผาก แล้วเลื่อนลงมาทางด้านข้างใบหน้า
ทำแบบนี้หลาย ๆ ครั้ง จากนั้นวางนิ้วให้ขัดกันแล้วกดนวดเบา ๆ
เป็นแนววงกลมตั้งแต่คางไปจนถึงใบหู จากกึ่งกลางริมฝีปากไปจนถึงใบหู
จากจมูกผ่านแก้มขึ้นไปถึงขมับ
และจากหน้าผากไปถึงขมับจบด้วยการลูบไล้จากหน้าอกขึ้นไปถึงขมับ
5. จัดการกับเม็ดสี
ความหมองคล้ำและจุดด่างดำเป็นผลมาจากการสร้างเม็ดสีตามธรรมชาติ
และจากการเผชิญกับแสงแดด
ป้องกันการเกิดความหมองคล้ำและจุดด่างดำที่ทำให้ผิวดูไม่สดใสด้วยการทาครีม
กันแดดชนิดที่กันได้ทั้งรังสียูวีเอและบีเป็นประจำ
และถ้าเกิดจุดด่างดำขึ้นแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่มีสารช่วยให้ผิวกระจ่างใส
สามารถช่วยให้จุดด่างดำจางลงได้ แต่ถ้ายังไม่หายก็อาจต้องปรึกษาแพทย์
เพื่อการรักษาอย่างตรงจุด
6. เลิกนิสัยเสีย ๆ การ
สูบบุหรี่เร่งความร่วงโรยของผิว คุณจะไม่อาจมีผิวที่สุขภาพดีไปได้
ถ้าเส้นเลือดตีบตันไม่นำสารอาหารไปเลี้ยงผิว
และการสูบบุหรี่ยังทำลายคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสตินด้วย
7. ฝึกโยคะ โยคะ
ไม่เพียงจะดีต่อกล้ามเนื้อ แต่ยังทำให้ผิวดีขึ้นด้วย
ประโยชน์ของมันเกิดได้สองประการก็คือ หนึ่ง
กระตุ้นการไหลเวียนทำให้ออกซิเจนไหลไปทั่วร่างกาย
นำเอาสารอาหารไปเลี้ยงผิวและขับของเสียออกมา สอง คุณจะผ่อนคลาย
ทำให้กล้ามเนื้อทั่วเรือนร่างและบนใบหน้าไม่เกร็งและตึงเครียด
Tip บริหารใบหน้า
นอกจากการฝึกโยคะแล้ว ลองใช้ท่าบริหารใบหน้าต่อไปนี้
เพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อที่จะช่วยยกโครงหน้าขึ้น
ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ ซึ่งควรทำอย่างต่อเนื่อง
เติมพลังให้กล้ามเนื้อทั้งใบหน้า อ้าปากให้กว้างยืดกรามแต่ละข้างและกล้ามเนื้อทั้งหมดบนใบหน้าเป็นเวลา 10-30 วินาที
กระชับกล้ามเนื้อคอ กราม ริมฝีปาก และแก้ม
วางมือทั้งสองข้างลงบนกระดูกไหปลาร้า แล้วเชิดคางขึ้น จากนั้น
ขยับริมฝีปากบนให้กระทบกับริมฝีปากล่างแรง ๆ 12 ครั้ง หยุดพักแป๊บนึง
แล้วทำซ้ำอีก
เพิ่มความตึงกระชับบริเวณเปลือกตา
วางนิ้วชี้ไว้ตรงบริเวณใต้คิ้ว จากนั้น กดขึ้นไปด้านบนเบา ๆ
ขยับตาแล้วคลายออกอย่างรวดเร็ว 12 ครั้ง หยุดพักแป๊บนึ่ง
แล้วทำแบบนั้นซ้ำอีก
8. เลียนแบบความเปล่งประกาย
ผิวสุขภาพดีจะดูเปล่งปลั่งเพราะมันเรียบเนียนและสะท้อนแสงได้มากกว่าผิวที่
หมองคล้ำและไม่เรียบเนียน แต่เราสามารถเลียนแบบความเปล่งประกาย
เช่นนั้นได้ด้วยการใช้เมคอัพที่มีชิมเมอร์เล็กน้อย
เคล็ดลับสำคัญของการใช้ชิมเมอร์ก็คือเติมชิมเมอร์ลงไปในบริเวณที่ผิวไม่เป็น
มันเงา และอยู่ให้ห่างจากที-โซน รวมถึงบริเวณเปลือกตา
เพราะชิมเมอร์จะยิ่งทำให้เส้นริ้วรอยบาง ๆ ดูชัดเจนขึ้น
Tip น้อยดีกว่ามาก
ชิมเมอร์ควรใช้เพื่อเน้นจุดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ เช่น
ใช้อายแชโดว์แบบแวววาวกับลิปสติกแบบเนื้อแมตต์ หรือกลับกันก็ได้
หรืออาจแค่เติมความผุดผ่องให้ผิวด้วยการทาไฮไลต์ตามแนวโหนกแก้มและส้นจมูก
ถ้ารู้สึกว่าทามากเกินไปก็ใช้แป้งแบบทรานสลูเซ่นต์ทากับเพื่อทำให้มันดูเบา
ลง
9. ริมฝีปากอวบอิ่ม
การเลียนแบบเรียวปากที่ดูอวบอิ่มสดใสของสาวแรกรักเป็นเรื่องไม่ยากเย็นแต่
อย่างใด เพียงแค่ลิปกลอสหรือลิปสติกแบบมันวาวก็สามารถจัดให้คุณได้แล้ว
แต่หากไม่ชอบความมันวาวของกลอส
ลองใช้ชิมเมอร์เล็กน้อยทาลงบริเวณรอยหยักของเรียวปาก
มันจะทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นได้เช่นกัน
Tip อย่าสนใจเพียงแค่เรียวปาก
แต่ให้สนใจในสิ่งที่ผ่านเข้าไปในปากด้วย จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
แคลอรีและน้ำตาลขัดขาวขัดขวางหนทางสู่ความเปล่งปลั่ง
เพราะถ้าคุณกินน้ำตาลมากเกินไป
คุณจะสร้างอินซูลินที่ทำให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น
และสามารถสร้างผลลบต่อการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติได้
10. ดวงตาสดใส
ถ้าอยากดูแข็งแรง และสดใส คุณต้องกำจัดรอยคล้ำและรอยบวมใต้ดวงตาออกไป
การนอนให้เต็มอิ่ม 8 ชั่วโมง จะช่วยได้ หรือเลือกใช้อายครีมดี ๆ
ที่มีส่วนผสมช่วยให้ผิวรอบดวงตากระจ่างสดใส นอกจากนี้
การนอนให้เพียงพอยังเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับผิวที่สุขภาพดี
เพราะการนอนไม่พอทำให้ผิวหมองคล้ำและขาดน้ำ
คุณจึงควรสร้างตารางการนอนที่เหมาะสมเพื่อผิวที่สวยงาม
Tip มัดผมเวลานอน
ถ้าคุณผมยาว เพื่อไม่ให้เส้นผมมาโดนผิวหน้า เพราะน้ำมันจากเส้นผมอาจเกาะผิวและทำให้ผิวอุดตันซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้
ที่มา ... Lisa