nuffnang Ads

วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 วิธีสวยเปล่งปลั่งแบบสาว "อินเลิฟ"

10 วิธีสวยเปล่งปลั่งแบบสาว "อินเลิฟ"

การตกหลุมรักทำให้คนเรามีความสุข และความสุขนี่เองที่เปล่งประกายออกมาจากภายใน ทำให้ผู้หญิงมักดูสวยขึ้น เวลามีความรัก แต่ถึงคุณจะโสดสนิท คุณก็สามารถสวยเปล่งปลั่งได้แบบเดียวกับสาวที่กำลัง "อินเลิฟ" เพียงแค่เลียนแบบความเจิดจรัส แบบสาวที่กำลังอินเลิฟ ไม่ว่าจะเป็นผิวที่ดูเปล่งปลั่งแก้มแดงระเรื่อ และดวงตาเปล่งประกาย

1. บำรุงผิวจากภายใน ผิวคุณต้องการการบำรุงอย่างเหมาะสม และวิตามินซีถือเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากภายใน นอกจากนี้ การทาวิตามินซีลงบนผิวยังช่วยบำรุงผิวจากภายนอกได้อีกแรงหนึ่ง วิตามินซีจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดด และเร่งการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว และถ้าคุณทาเซรั่มที่มีวิตามินซีก่อนมอยส์เจอไรเซอร์ วิตามินซีจะช่วยให้ผิวของคุณดูดซึมส่วนผสมที่เป็นประโยชน์จากมอยส์เจอไร เซอร์ได้ดีขึ้นด้วย

2. กำจัดเซลล์ผิวเสื่อสภาพ การขัดลอกเซลล์ผิวเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผิวของคุณดูเปล่งปลั่ง เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมตัวมากขึ้น ผิวของคุณจะหยุดการสะท้อนแสงและทำให้ผิวดูหมองคล้ำ ฉะนั้น ถ้าอยากให้ผิวดูเปล่งปลั่งการขัดเซลล์ผิวช่วยคุณได้

Tips
      เบกกิ้งโซดาสครับ ผสมเบกกิ้งโซดา 2-3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเล็กน้อย จนเป็นส่วนผสมข้น ๆ ทาลงบนใบหน้า จากนั้น ขัดผิวเป็นวงกลมเล็ก ๆ ให้ทั่วแล้วล้างออก
      สครับแป้งข้าวโพดบดหยาบ (Commeal) ผสมแป้งข้าวโพด 2-3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเล็กน้อย แล้วทำแบบเดียวกับเบกกิ้งโซดา
  สครับอัลมอนด์ ผสมอัลมอนด์บดละเอียด ? ช้อนโต๊ะ กับน้ำกุหลาบ 1 ช้อนชา
   สครับข้าวโอ๊ต ผสมข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และโยเกิร์ต 2 ช้อนชา ทาลงบนใบหน้า โดยทาทิ้งไว้สองสามนาทีก่อนขัดผิว แล้วล้างออก
  สครับน้ำตาลทราย ใช้น้ำตาลทรายแดง ? ช้อนชา ผสมกับน้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ ทาทั่วใบหน้าแล้วขัดเบา ๆ เป็นวงกลม
  สครับน้ำผึ้ง ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำตาลทรายแดง ? ช้อนชา และน้ำแร่ 2 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทาทั่วใบหน้าแล้วนวดเบา ๆ
สครับไข่แดง ใช้ไข่แดง 1 ฟอง ผสมกับน้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ นวดเบา ๆ ทั่วใบหน้า

3. ปรับตามฤดูกาล ถ้าคุณปรับกิจวัตรการดูแลผิวของคุณไปตามฤดูกาล คุณจะมีโอกาสมีผิวที่สุขภาพดีกว่า โดยใช้ครีมที่เข้มข้นขึ้นในช่วงหน้าหนาวและอากาศแห้ง และเปลี่ยนมาใช้แบบที่บางเบาลงในหน้าร้อน รวมถึงเพิ่มโทนเนอร์เพื่อความสดชื่น และใช้มาส์กที่ดูซับความมันเป็นครั้งคราว

4. นวดหน้า ใบหน้าของคุณมีความเครียดมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จึงส่งผลให้เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงผิวหนังเกิดการหดตัวผิวหนังจึงขาดสาร บำรุงและความชุ่มชื้นจนดูไม่สดใส แต่คุณสามารถแก้ปัญหาพวกนั้นได้ด้วยการนวดหน้าที่จะช่วยไล่ความตึงเครียดออก จากกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านล่าง นอกจากนี้ การนวดก็เหมือนการกดจุดที่ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนให้ระบายสารพิษออกไป และช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ด้วย

Tip การทำความสะอาดผิวในช่วงกลางคืน คือช่วงเวลาเหมาะในการนวดหน้า โดยใช้คลีนเซอร์ชนิดน้ำมันหรือครีมชโลมลงบนใบหน้าเยอะ ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการเหนี่ยวรั้งผิวขณะนวด ใช้มือลูบไล้เบา ๆ จากด้านหน้าคอขึ้นไปจนถึงหน้าผาก แล้วเลื่อนลงมาทางด้านข้างใบหน้า ทำแบบนี้หลาย ๆ ครั้ง จากนั้นวางนิ้วให้ขัดกันแล้วกดนวดเบา ๆ เป็นแนววงกลมตั้งแต่คางไปจนถึงใบหู จากกึ่งกลางริมฝีปากไปจนถึงใบหู จากจมูกผ่านแก้มขึ้นไปถึงขมับ และจากหน้าผากไปถึงขมับจบด้วยการลูบไล้จากหน้าอกขึ้นไปถึงขมับ

5. จัดการกับเม็ดสี ความหมองคล้ำและจุดด่างดำเป็นผลมาจากการสร้างเม็ดสีตามธรรมชาติ และจากการเผชิญกับแสงแดด ป้องกันการเกิดความหมองคล้ำและจุดด่างดำที่ทำให้ผิวดูไม่สดใสด้วยการทาครีม กันแดดชนิดที่กันได้ทั้งรังสียูวีเอและบีเป็นประจำ และถ้าเกิดจุดด่างดำขึ้นแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่มีสารช่วยให้ผิวกระจ่างใส สามารถช่วยให้จุดด่างดำจางลงได้ แต่ถ้ายังไม่หายก็อาจต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อการรักษาอย่างตรงจุด

6. เลิกนิสัยเสีย ๆ การ สูบบุหรี่เร่งความร่วงโรยของผิว คุณจะไม่อาจมีผิวที่สุขภาพดีไปได้ ถ้าเส้นเลือดตีบตันไม่นำสารอาหารไปเลี้ยงผิว และการสูบบุหรี่ยังทำลายคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสตินด้วย

7. ฝึกโยคะ โยคะ ไม่เพียงจะดีต่อกล้ามเนื้อ แต่ยังทำให้ผิวดีขึ้นด้วย ประโยชน์ของมันเกิดได้สองประการก็คือ หนึ่ง กระตุ้นการไหลเวียนทำให้ออกซิเจนไหลไปทั่วร่างกาย นำเอาสารอาหารไปเลี้ยงผิวและขับของเสียออกมา สอง คุณจะผ่อนคลาย ทำให้กล้ามเนื้อทั่วเรือนร่างและบนใบหน้าไม่เกร็งและตึงเครียด

Tip บริหารใบหน้า
      นอกจากการฝึกโยคะแล้ว ลองใช้ท่าบริหารใบหน้าต่อไปนี้ เพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อที่จะช่วยยกโครงหน้าขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ ซึ่งควรทำอย่างต่อเนื่อง
เติมพลังให้กล้ามเนื้อทั้งใบหน้า อ้าปากให้กว้างยืดกรามแต่ละข้างและกล้ามเนื้อทั้งหมดบนใบหน้าเป็นเวลา 10-30 วินาที
     กระชับกล้ามเนื้อคอ กราม ริมฝีปาก และแก้ม วางมือทั้งสองข้างลงบนกระดูกไหปลาร้า แล้วเชิดคางขึ้น จากนั้น ขยับริมฝีปากบนให้กระทบกับริมฝีปากล่างแรง ๆ 12 ครั้ง หยุดพักแป๊บนึง แล้วทำซ้ำอีก
เพิ่มความตึงกระชับบริเวณเปลือกตา วางนิ้วชี้ไว้ตรงบริเวณใต้คิ้ว จากนั้น กดขึ้นไปด้านบนเบา ๆ ขยับตาแล้วคลายออกอย่างรวดเร็ว 12 ครั้ง หยุดพักแป๊บนึ่ง แล้วทำแบบนั้นซ้ำอีก

8. เลียนแบบความเปล่งประกาย ผิวสุขภาพดีจะดูเปล่งปลั่งเพราะมันเรียบเนียนและสะท้อนแสงได้มากกว่าผิวที่ หมองคล้ำและไม่เรียบเนียน แต่เราสามารถเลียนแบบความเปล่งประกาย เช่นนั้นได้ด้วยการใช้เมคอัพที่มีชิมเมอร์เล็กน้อย เคล็ดลับสำคัญของการใช้ชิมเมอร์ก็คือเติมชิมเมอร์ลงไปในบริเวณที่ผิวไม่เป็น มันเงา และอยู่ให้ห่างจากที-โซน รวมถึงบริเวณเปลือกตา เพราะชิมเมอร์จะยิ่งทำให้เส้นริ้วรอยบาง ๆ ดูชัดเจนขึ้น

Tip น้อยดีกว่ามาก
        ชิมเมอร์ควรใช้เพื่อเน้นจุดเด่นอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ เช่น ใช้อายแชโดว์แบบแวววาวกับลิปสติกแบบเนื้อแมตต์ หรือกลับกันก็ได้ หรืออาจแค่เติมความผุดผ่องให้ผิวด้วยการทาไฮไลต์ตามแนวโหนกแก้มและส้นจมูก ถ้ารู้สึกว่าทามากเกินไปก็ใช้แป้งแบบทรานสลูเซ่นต์ทากับเพื่อทำให้มันดูเบา ลง


9. ริมฝีปากอวบอิ่ม การเลียนแบบเรียวปากที่ดูอวบอิ่มสดใสของสาวแรกรักเป็นเรื่องไม่ยากเย็นแต่ อย่างใด เพียงแค่ลิปกลอสหรือลิปสติกแบบมันวาวก็สามารถจัดให้คุณได้แล้ว แต่หากไม่ชอบความมันวาวของกลอส ลองใช้ชิมเมอร์เล็กน้อยทาลงบริเวณรอยหยักของเรียวปาก มันจะทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นได้เช่นกัน

Tip อย่าสนใจเพียงแค่เรียวปาก
         แต่ให้สนใจในสิ่งที่ผ่านเข้าไปในปากด้วย จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แคลอรีและน้ำตาลขัดขาวขัดขวางหนทางสู่ความเปล่งปลั่ง เพราะถ้าคุณกินน้ำตาลมากเกินไป คุณจะสร้างอินซูลินที่ทำให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น และสามารถสร้างผลลบต่อการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติได้


10. ดวงตาสดใส ถ้าอยากดูแข็งแรง และสดใส คุณต้องกำจัดรอยคล้ำและรอยบวมใต้ดวงตาออกไป การนอนให้เต็มอิ่ม 8 ชั่วโมง จะช่วยได้ หรือเลือกใช้อายครีมดี ๆ ที่มีส่วนผสมช่วยให้ผิวรอบดวงตากระจ่างสดใส นอกจากนี้ การนอนให้เพียงพอยังเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับผิวที่สุขภาพดี เพราะการนอนไม่พอทำให้ผิวหมองคล้ำและขาดน้ำ คุณจึงควรสร้างตารางการนอนที่เหมาะสมเพื่อผิวที่สวยงาม

Tip มัดผมเวลานอน
        ถ้าคุณผมยาว เพื่อไม่ให้เส้นผมมาโดนผิวหน้า เพราะน้ำมันจากเส้นผมอาจเกาะผิวและทำให้ผิวอุดตันซึ่งนำไปสู่การเกิดสิวได้





ที่มา ... Lisa

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 คำแนะนำสำหรับผิวสาววัย 30+

10 คำแนะนำสำหรับผิวสาววัย 30+

เมื่อ นาฬิกาผิวเดินมาถึงเลข สาม อะไร ๆ ที่เคยสดใสเปล่งปลั่งก็เริ่มส่งสัญญาณแห่งวัยออกมา เรามีข้อแนะนำเพื่อให้คุณเป็นสาวสามสิบยังแจ๋ว


10 คำแนะนำสำหรับผิวสาววัย 30+

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อสภาพอากาศ การ ที่ร่างกายขาดน้ำมีผลต่อร่างกายในทุก ๆ ส่วนรวมถึงผิวด้วย ยิ่งในวัยที่มากขึ้นผิวของเราก็จะแห้งไวขึ้น ควรดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วเพื่อคงความชุ่มชื่นของผิว
10 คำแนะนำสำหรับผิวสาววัย 30+
2. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผิวจะสวยได้ก็ด้วยความสมบูรณ์จากภายในร่างกาย อาหารที่ประกอบไปด้วยวิตามิน A, C,E อย่าง ผักที่มีสีเขียว สีส้ม ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ถั่ว ธัญญพืช จะดีสำหรับผิวพรรณเสมอ
3. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับสนิทไม่ได้มีประโยชน์ต่อสมอง และร่างกายสดชื่นเท่านั้น ผิวพรรณของคุณก็จะสดชื่นไปด้วย เนื่องจากขณะนอนหลับระบบประสาทอัตโนมัติจะทำการส่งอาหารให้แก่เซลล์ ทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และชลอการเสื่อมของเซลล์ผิว
10 คำแนะนำสำหรับผิวสาววัย 30+
4. ปกป้องผิวจากแสงแดด และรังสี UV แม้ยามแต่งกายเปิดเผยผิวส่วน คอ ไหล่ หรือมือตามแฟชั่น โดยทาครีมให้กันแดดให้ทั่วถึงบริเวณนี้ด้วย แสงแดดในเมืองไม่ได้มาจากบนฟ้าเสมอ แสงสะท้อนจากพื้นถนน ลานจอดรถ ผนังกระจกอาคารหรือแม้แต่สระน้ำก็มีผลต่อสุขภาพผิว
5. อยู่ห่างควันบุหรี่ และ ถ้าคุณเป็นคนที่สูบอยู่เลิกเถอะค่ะถ้ายังอยากมีผิวสวยเพราะบุหรี่เป็นตัวการ ทำให้ผิว “แก่” เร็วขึ้นเป็นอันดับสองรองจากแสงอาทิตย์ เนื่องมาจากสารนิโคตินในควันบุหรี่จะมีผลต่อการส่งออกซิเจนไปสู่ผิว
6. ในวัยสามสิบนี้การผลัดผิวจะเริ่มช้าลง ผิวพรรณจะเริ่มแสดงริ้วรอยมากขึ้น ควรขัดผิวเป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อให้เซลล์ผิวชั้นนอกหลุดออกและเปิดเผยผิวที่ขึ้นใหม่
7. เมื่อเริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยหรือจุดด่างดำอย่านิ่งนอนใจ เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลบเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ ครีมต่าง ๆ ที่เคยใช้มาในวัย 20 อาจจะไม่มีคุณสมบัตินี้นะคะ
10 คำแนะนำสำหรับผิวสาววัย 30+
8. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่บำรุงลึกเข้าไปถึงระดับเซลล์และมีสารให้ความชุ่มชื่นทางธรรมชาติเป็นประจำ อย่างเช่นสาร กลีเซอรีน ซึ่งสามารถซึมซาบเข้าไปในชั้นผิวหนัง ช่วยให้ผิวมีความนุ่มเนียน ลดปัญหาริ้วรอยเหี่ยวแห้งได้
9. ตรวจสอบครีมกันแดดที่เคยใช้ว่ามี SPF เท่าไหร่ อย่างน้อยควรทาครีมกันแดดที่มี SPF ไม่ต่ำกว่า 15 เป็นประจำทุกวันแม้ไม่ได้ออกไปเจอแดดตรง ๆ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเรตินอล อนุพันธุ์ของกรดวิตามินเอจะช่วยเรื่องผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวหนัง ลดปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น รวมถึงสารธรรมชาติอย่าง CLA ซึ่งเป็นกรดไขมันอีกชนิดหนึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผิวพรรณดูเรียบเนียน  มีความยืดหยุ่นอ่อนกว่าวัย
10. ดูแลผิวหน้าให้ครบวงจรเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่การชำระล้างสิ่งสกปรก การบำรุงผิวด้วยครีมทั้งกลางวันและกลางคืน และอย่าลืมรอบ ๆ ดวงตาที่เป็นบริเวณที่ผิวอ่อนโยนต้องการการดูแลไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่น ผลิตภัณฑ์อย่างพอนด์ส เอจ มิราเคิล เซลล์ รีเจน ที่มีทั้งโฟมล้างหน้าที่ลดลอยหมองคล้ำ อายครีมช่วยลบเลือนริ้วรอยบริเวณหางตา และวงคล้ำใต้ตา เดย์ครีม และไนท์ครีมเพื่อดูแลผิวสาวของคุณตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

8 ความลับ ของ สาวผอมหุ่นดี

8 ความลับ ของ สาวผอมหุ่นดี

……..ขณะ ที่คนซึ่งน้ำหนักเกินส่วนใหญ่มักจะหมกหมุ่นกับเรื่องการกินมากกว่า ลองมาแอบดูว่าคนผอมๆ ทำหรือไม่ทำอะไร แล้วคุณจะเลียนแบบพวกเธอได้ยังไงบ้าง
Smiley 1. พวกเธอเลือกอาหารที่ทำให้พึงพอใจมากกว่าอิ่มจนแน่นท้อง
ใน อัตราส่วนความอิ่มจาก 1 ถึง 10 ผู้หญิงรูปร่างผอมจะหยุดกินเมื่อถึงระดับ 6 หรือ 7 ขณะที่คนส่วนมากมักกินต่อไปจนถึงระดับ 8 หรือ 10 มันอาจเพราะคุณสำคัญผิดระหว่างความอิ่มกับความพึงพอใจ หรือคุณอาจเคยชินกับการกินทุกอย่างตรงหน้าจนหมดเกลี้ยงไม่ว่าคุณจะต้องการ มันจริงๆ หรือไม่ก็ตาม

วิธีเลียนแบบ เพื่อกินแบบเดียวกับผู้มีรูปร่างผอม วางช้อนลง และประเมินความอิ่มจากอัตราส่วน 1 ถึง 10 ทำแบบเดียวกันอีกครั้ง เมื่อเหลือสักห้าคำ เป้าหมายก็คือเพิ่มความรู้ตัวถึงความพึงพอใจของตัวเองในระหว่างการกิน (มันยังทำให้คุณกินช้าลงซึ่งให้โอกาสความอิ่มส่งสัญญาณเข้ามา)

2 . พวกเธอรู้ว่าความหิวไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนSmiley
คน ส่วนใหญ่ที่ดิ้นรนกับเรื่องน้ำหนักตัวมักมองความหิวเป็นสิ่งที่ต้องจัดการ อย่างเร่งด่วน ดังนั้น ถ้าคุณกลัวความหิว คุณอาจกินมากเกินไปอยู่เสมอ แต่คนผอมๆ จะทนได้มากกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงมัน

วิธีเลียนแบบ เลือกวันที่ยุ่งๆ เพื่อชะลอเวลาอาหารกลางวันออกไปอย่างจงใจสักหนึ่งหรือสองชั่วโมง หรือลองพยายามงดของว่างมื้อบ่ายสักหนึ่งวัน คุณจะเห็นได้ว่าตัวเองก็ยังสบายดีอยู่ จากนั้น ครั้งต่อไปที่คุณได้ยินเสียงท้องร้อง คุณจะหยุดตัวเองไม่ให้ตรงดิ่งไปยังตู้เย็นในทันทีได้


Smiley 3. พวกเธอไม่ใช้อาหารเพื่อเยียวยาอารมณ์เศร้า
ไม่ใช่ว่าผู้หญิงรูปร่างผอมบางมีภูมิด้านทานต่อการกินตามอารมณ์ แต่พวกเธอมักจะรู้ตัว เวลาที่ทำอย่างนั้นและหยุดมันได้

วิธีเลียนแบบ ถ้า คุณหิวจริงๆ กินของว่างที่มีประโยชน์ อย่างเช่นถั่วหนึ่งกำมือ เพื่อหยุดตัวเองเอาไว้ ก่อนรออาหารมื้อต่อไป แต่ถ้า คุณหงุดหงิด เหงา หรือเหนื่อย ลองหาทางออกที่ปราศจากแคลอรี่ เช่น ออกไปวิ่งหรือกระโดดโลดเต้นไปมารอบๆ อัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ความโกรธหายไป เหงาก็โทรหาเพื่อน หรือไปเดินเล่นที่ศูนย์การค้าหรือถ้าเหนื่อยก็ไปนอนเสียดีกว่า

Smiley 4. พวกเธอกินผลไม้มากกว่า
งาน วิจัยเมื่อปี 2006 ใน Journal of the American Dieletic Association ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงรูปร่างผอมบาง มักกินผลไม้มากกว่าหนึ่งครั้งในแต่ละวัน กินเส้นใยอาหารมากกว่าและกินไขมันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคนอ้วน

วิธีเลียนแบบ ลองเริ่มสำรวจการกินของคุณเพื่อหาทางเพิ่มผลไม้ (ไม่ใช่น้ำผลไม้นะ) เข้าไป ตั้งเป้ากินให้ได้สองหรือสามส่วนต่อวัน เช่น เพิ่มผลไม้ลงไปในอาหารแต่ละมื้อ หรือกินผลไม้เป็นของหวาน

5. พวกเธอสร้างความเคยชินSmiley
การ กินอาหารหลากหลายเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าหลากหลายมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินอาหารที่มีรสชาติแตกต่างกันมากเกินไปทำให้คุณ ยิ่งกินมากขึ้น คนผอมมักจะมีรูปแบบของการกินที่วางแผนมาแล้วอย่างดี มีของแปลกๆ เพิ่มเข้ามา 2-3 อย่าง แต่ส่วนใหญ่อาหารของพวกเธอจะคาดเดาได้

วิธีเลียนแบบ ลองกินอาหารหลักๆ ซ้ำกันในแต่ละมื้อ เช่น กินซีเรียลตอนเช้า กินสลัดตอนกลางวัน กินปลาตอนเย็น เป็นต้น มันโอ.เค. ที่จะเพิ่มทูน่าหรือไก่ย่าง เข้าไปกับสลัดผักในบางวัน แต่การกินกับอาหารหลักๆ ที่เดาได้ คุณจะจำกัดโอกาสที่จะกินมากเกินไปได้


Smiley 6. พวกเธอรู้จักการควบคุมตัวเอง
งาน วิจัยที่มหาวิทยาลัย Tufts พบว่า ปัจจัยที่ทำนายได้ถึงการมีน้ำหนักขึ้นของผู้หญิงในวัย 50 และ 60 คือระดับของความยับยั้งชั่งใจ ผู้หญิงที่มีความยับยั้งชั่งใจสูงจะมีดัชนิมวลกายต่ำกว่า
วิธีเลียนแบบ เตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่คุณมักจะขาดความยับยั้งชั่งใจอย่างมาก เช่น ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองหรือเวลาอยู่กับเพื่อน ถ้าคุณชอบกินตอนงานเลี้ยง บอกตัวเองว่าคุณจะกินของว่างแค่หนึ่งชิ้นในรอบที่สี่ ซึ่งมันถูกส่งผ่านมา ถ้าคุณกินมื้อค่ำนอกบ้านลองสั่งอาหารมาแบ่งกันกับเพื่อน หรือถ้าคุณเครียด ก็ให้แน่ใจว่าคุณมีของว่างที่เคี้ยวได้ (อย่างเช่น ผลไม้หรือแครอตแท่ง) เอาไว้ใกล้มือ

7. พวกเธอชอบเคลื่อนไหว
โดย เฉลี่ยผู้หญิงรูปร่างผอมจะยืนมากกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งในแต่ละวัน ที่สามารถช่วยเผาผลาญได้ 33 ปอนด์ต่อปี นี่เป็นผลจากการศึกษาของลินิกเมโย ในเมืองโรเชลเตอร์ สหรัฐฯ

วิธีเลียนแบบ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนเรามักประเมินความแอ็คทีฟของตัวเองเกินจริง คนส่วนใหญ่มักใช้เวลา 16-20 ชม. ในแต่ละวันไปกับการนั่ง ใส่เครื่องนับก้าวเพื่อดูว่าคุณเข้าใกล้จำนวน 10,000 ก้าวแค่ไหน และในแต่ละวันคุณควรออกกำลัง 30 นาที รวมกับการเคลื่อนไหวอื่นๆ เช่น การเดินขึ้นบันได

8. พวกเธอนอนหลับสนิท
ผู้หญิง ที่ผอมบางมักนอนมากกว่า 2 ชม. ต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับคนน้ำหนักเกิน งานวิจัยของโรงเรียนแพทย์อีสเทิร์นเวอร์จิเนียบอกเช่นนั้น นักวิจัยเชื่อว่าการนอนน้อยทำให้ระดับของฮอร์โมนที่ช่วยกดความอยากอาหาร (Lepfin) ต่ำลง และระดับของฮอร์โมนที่เพิ่มความอยากอาหาร (Ghrelin) สูงขึ้น

วิธีเลียนแบบ ลอง ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็คือประมาณ 17 นาที/ต่อวัน ซึ่งสามารถทำได้ง่ายกว่ามาก แม้คุณจะงานยุ่งเพียงใดก็ตาม เริ่มต้นตรงนั้นและค่อยๆ เพิ่มเวลานอนให้ได้วันละ 8 ชม. ในแต่ละคืน ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใหญ่ส่วนมาก

ขอบคุณ นิตยสาร Lisa

เคล็ดลับ หุ่นสวย ด้วย บันได 10 ขั้น

เคล็ดลับ หุ่นสวย ด้วย บันได 10 ขั้น


บันได 10 ขั้นนี้ปีนไม่ยาก แต่ต้องมีความตั้งใจจริง แค่นี้หุ่นดีๆ ก็ไม่หนีไปไหนแล้ว

ขั้นที่ 1 แทนที่จะกินมื้อใหญ่วันละ 3 มื้อ ควร เปลี่ยนมากินเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3-4 มื้อแทน โดยกำหนดช่วงเวลาห่างของแต่ละมื้อให้สั้นลงเรื่อยๆ เพื่อควบคุมความหิว วิธีนี้จะเพิ่มระดับการเผาผลาญในร่างกาย ช่วยให้ไขมันสลายตัวไปเร็วขึ้น
ขั้นที่ 2 อาหารทุกมื้อต้องมีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตพร้อมหน้าพร้อมตา อย่าให้ขาดสารอาหารตัวใดตัวหนึ่ง มิฉะนั้นร่างกายจะเรียกร้องสารอาหารตัวนั้น ทำให้คุณโหยน้ำตาลหรืออยากกินเนื้อมากผิดปกติ
ขั้นที่ 3 มีผักทุกมื้อ เพราะไฟเบอร์ในผักช่วยให้หนักท้อง ทำให้เราอิ่มเร็วขึ้น และยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดในสมดุลด้วย
ขั้นที่ 4 อาหารเช้าคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะขณะที่เราหลับ ระบบเผาผลาญก็จะหลับไปด้วย ถ้าไม่กระตุ้นด้วยอาหารเช้า ระบบเผาผลาญจะทำงานแบบอืดๆ ไปทั้งวัน ทำให้ร่างกายมีพลังงานตกค้างอีกเพียบและจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันแล้วส่งไปเก็บ ไว้ในพุงของเรานั่นเอง

ขั้นที่ 5 มื้อกลางวันเป็นสวรรค์ของคนรักความอร่อย และส่วนใหญ่จะกินกับแบบตามใจปาก แต่สำหรับคนรักความผอมอย่างเรา ควรแบ่งมื้อกลางวันออกเป็น 2 มื้อเล็ก โดยให้แต่ละมื้อห่างกัน 3 ชั่วโมง เพื่อยืดเวลาการทำงานของระบบเผาผลาญให้นานขึ้น วิธีนี้ยังมีข้อดีแถมมาอีกอย่างคือมันจะทำให้คุณไม่ค่อยหิวในมื้อเย็น
ขั้นที่ 6 งดทานอาหารหลัง 2 ทุ่ม ที่ จริงถ้าทนได้ ไม่ควรทานอาหารทุกอย่างยกเว้นน้ำเปล่า หลัง 6โมงเย็นด้วยซ้ำไป เพราะระบบย่อยต้องใช้เวลาทำงานถึง 4 ชั่วโมง กว่าจะย่อยทุกอย่างในกระเพาะได้หมด ลองเอาเวลาเข้านอนของคุณลบด้วย 4 ชั่วโมงดู ก็จะรู้เองว่าคุณควรจะงดอาหารหลังเวลาเท่าไร
ขั้นที่ 7 เครื่องดื่มคือน้ำตาลที่เข้าปากเราได้ง่าย เร็ว และมีจำนวนมากที่สุด สาวบางคนไม่เคยนับเลยด้วยซ้ำไปว่าวันนี้ดื่มน้ำหวานเข้าไปกี่แก้วแล้ว ระหว่างที่คุมน้ำหนัก จึงควรจะงดเครื่องดื่มที่พกน้ำตาลมาเพียงอย่างแอลกอฮอล์ ค็อกเทล ไวน์ น้ำอัดลม น้ำปั่น
ขั้นที่ 8 วิธีกำหนดปริมาณอาหารอย่างง่ายที่สุด คือ ให้ท่องไว้ว่ากินคาร์โบไฮเดรตได้หนึ่งกำมือ กินโปรตีนได้หนึ่งกำมือ ส่วนผักจะทานเท่าไรก็ได้ ถ้ายังกะไม่ถูกขอแนะนำให้ทานก๋วยเตี๋ยวให้บ่อยที่สุด ส่วนมื้อเย็นก็เปลี่ยนเป็นเกาเหลา
ขั้นที่ 9 หาสูตรล้างพิษที่เหมาะกับตัวคุณมาใช้ เช่น ทำน้ำปั่นล้างพิษดื่มเอง น้ำพวกนี้จะช่วยขับสิ่งตกค้างออกจากร่างกาย บำรุงอวัยวะภายในให้แข็งแรง ทำให้สดชื่น แจ่มใส จนไม่รู้สึกว่ากำลังทรมานกับการไดเอทและยังจะกระตุ้นระบบขับถ่าย
ขั้นที่ 10 ทานผลไม้ไม่หวานจัดมากๆ ระหว่างวัน อย่าง เช่น แอปเปิ้ล กล้วย มะเขือเทศ เพื่อให้หนักท้องจนไม่นึกอยากกินอะไรอีก แต่ต้องอยู่ให้ห่างผลไม้ต้องห้ามอย่าง ทุเรียน ขนุน มะม่วงสุก ลองกอง ลำใย เพราะผลไม้พวกนี้มีน้ำตาลสูงไม่แพ้น้ำหวานแก้วโตๆ เลยทีเดียว

ที่มาจากนิตยสาร spicy

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หมดปัญหา ลงพุง ด้วย 8 ทริคง่ายๆ

หมดปัญหา ลงพุง ด้วย 8 ทริคง่ายๆ




       สาวๆ คนไหนที่กำลังมีปัญหาหนักอกหนักใจ กับเรื่องหน้าท้องที่ยื่นออกมาเป็นหลักฐานให้ได้อับอายกัน วันนี้มีวิธีที่จะทำให้ปัญหานั้นหมดไปมาฝากกันค่ะ
ทานผักกันเถอะ เริ่มจากวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำกันได้ทุกมื้อออาหารที่รับประทานกันทุกวันนะคะ เพียงแค่คุณสาวๆ รับประทานผักให้มากๆ การรับประทานผักให้มาก ๆ ให้ได้สัก 5 ครั้ง/วัน ทำให้มีสิทธ์ลงพุงน้องลง คุณอาจเลือกรับประทานผักเป็นอาหารว่าง ระหว่างวันบ้างก็ได้
และสำหรับคนที่เกลียดผักจริงๆ อาจจะเริ่มรับประทานแต่น้อยๆ ก่อนก็ไม่ว่ากัน ส่วนเนื้อสัตว์ คุณก็ไม่จำเป็นต้องอด เพียงแต่ลดประมาณลงบ้าง และรับประทานเนื้อสัก 2 – 3 มื้อ/อาทิตย์ก็พอ
อาหารเช้า สาวๆ ควรที่จะรับประทานแต่เช้าและรับประทานบ่อยๆ   การรับประทานอาหารแต่เช้า จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีตลอดทั้งวัน และมีโอกาสได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากกว่า เพราะถ้าคุณรับประทานอาหารเช้า ก่อนเวลาเที่ยงคุณจะไม่หิวแน่นอน แต่ถ้าคุณอดช่วงเช้า ก่อนเที่ยงคุณจะเริ่มหิวและอาจจะหาของขบเคี้ยวต่างๆ มารับประทานเล่น ซึ่งไม่มีประโยชน์ และทำให้อ้วนมากกว่าอาหารหลักอีก
การเดิน ควรเดินให้ได้ทุกวัน แรกเริ่มคุณอาจไม่ต้องเดินเยอะมากมายอะไรนัก เพียงเดินให้บ่อยขึ้นกว่าปกติ เช่น เปลี่ยนมาใช้บันไดแทนลิฟต์ หรือ ลองเดินไปรับประทานอาหารกลางวันไกลๆ ดูบ้าง
ออกกำลังกาย โดยการบริหารหน้าท้องและเพิ่มกล้ามเนื้อ ก่อนนอนลองซิตอัพสัก 15 ครั้ง และถ้ามีเวลา ก็ออกกำลังกายบ้าง โดยจะเข้าฟิตเนสส์ เล่นแบดมินตัน หรือว่ายน้ำก็ได้ เพราะการออกกำลังกายทุกชนิด จะช่วยสลายให้ไขมันแปรสภาพเป็นกล้ามเนื้อ
เสริมวิตามิน รับประทานวิตามิน E เนื่องจากวิตามิน E จะช่วยป้องกันโรคหัวใจ ไข้หวัด และมะเร็งได้แล้ว วิตามิน E ยังช่วยป้องกัน หน้าท้องขยายได้ด้วย เพราะวิตามิน E นั้นมีสารต่อต้านอิซูลิน อันจะทำให้เราอ้วนได้
เปลี่ยนนิสัยบอกใจตัวเองไม่ให้เครียด เพราะถ้าคุณเอาแต่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเก็บกดเวลาเครียดแล้ว ความเครียดตัวร้ายนี้จะไปเร่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ให้ทำงานมากขึ้น และเมื่อเรามีฮอร์โมนตัวนี้มากขึ้นเมื่อไร เจ้าฮอร์โมนตัวนี้ก็จะส่งไขมันของเราไปกองที่หน้าท้องจนหมด อันจะทำให้เราพุงยื่นเหมือนชูชกได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเครียดจงหลับตาสูดหายใจลึกๆ ทำใจให้สบายจะดีกว่า
มาคบเพื่อนให้มากๆ  เพื่อให้คุณได้สามารถพูดคุยหรือปรึกษาได้ โดยเฉพาะมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในการลดน้ำหนักเหมือนกัน จะยิ่งทำให้คุณลดน้ำหนักได้ดีขึ้นและสนุกขึ้น โดยคุณอาจจะแข่งกันออกกำลังกาย หรือแข่งกันรับประทานผักให้เยอะๆ โดยถ้าใครลดน้ำหนักได้มากที่สุดจะได้รางวัล แบบนี้การลดน้ำหนักจะยิ่งดูมีสีสันและสนุกขึ้น
ลดละเลิกแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะเบียร์จะทำให้หน้าท้องคุณ ยื่นได้อย่างน่าเกลียดแต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ดื่มแต่น้อย หรือจะเปลี่ยนมาดื่มไวน์แทนก็ไม่เลวเลย เพราะไวน์จะช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ดี

       เพียงแค่นี้คุณทำตาม 8 ข้อนี้ คุณก็จะมีเอวที่คอดสวยไว้อวดใครต่อใคร และหมดปัญหาเรื่องหน้าท้องที่ยื่นออกมาได้อย่างหายห่วง

ขอบคุณเนื้อหาจาก : ไทยซ่าดอทคอม

เคล็ดลับ ความผอม …แบบ ดาราฮอลลีวูด

เคล็ดลับ ความผอม …แบบ ดาราฮอลลีวูด


ดาราฮอลลีวูด


คุณสาวหลายคนคงจะมีปัญหาหุ่นไม่เฟิร์ม กระชับ จนต้องไปเสียเงินทำศัลยกรรมกันมากมาย เคล็ดลับ ดีๆเกี่ยวกับ ความผอม  แบบ ดาราฮอลลีวูด ที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมมีทางนี้ค่ะ


1.รีบกินก่อนหิว
เป็นวิธีที่ช่วยให้กินอาหารในแต่ละมื้อน้อยไปได้เองโดยไม่ทรมานใจ การทิ้งช่วงมื้อแต่ละมื้อนานเกินไป จะ
ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำ พอเห็นของกินเลยตบะแตก กินแหลกไม่มียั้ง ฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มหิว ดารา
ฮอลลีวู้ด เขาจะกินถั่ว เมล็ดธัญพืช หรือสลัดผักกับปลาย่าง ปลานึ่ง อกไก่ ที่เป็นโปรตีนไขมันต่ำ และถ้าหากวันไหน ต้องทำงานหนักกว่าปกติ ก็ต้องกินระหว่างมื้อให้บ่อยขึ้น โดยมีกฏเหล็กที่จะพลาดไม่ได้ก็คือ อาหารระหว่างมื้อที่ว่านี้ไม่ควรจะให้พลังงานเกิน 110 -150 แคลอรี่ สูตรนี้เลดี้ กาก้า แนะนำจ้า


2.น้ำมะพร้าวลดความอ้วน
การ ดื่มน้ำตลอดวันจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ และทำให้ผิวหนังไม่เหี่ยวย่นหลังจากลดความอ้วนสำเร็จ แต่คุณต้องทำงานหนักหรือเป็นคนคล่องแคล่วกระฉับเฉง ใช้พลังงานทั้งวัน แค่ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วอย่างเดียวยังไม่พอ ยังต้องมีสารอาหารโพแทสเซียมและโซเดียม เพื่อดึงดูดน้ำเข้าไปเลี้ยงเซลล์ได้เต็มที่ น้ำมะพร้าวสามารถตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด ในน้ำมะพร้าว 1 แก้ว มีโพรฃแทสเซียมประมาณ 20% แต่มีแคลอรี่น้อยมาก เหมาะที่จะเป็นตัวช่วยสำหรับคนอยากหุ่นดีทุกคน ดาราฮอลลีวู้ด อย่าง มาดอนน่า และ เจสสิก้า ซิมป์สัน ก็จิบน้ำมะพร้าวระหว่างออกกำลังกาย และตบท้ายด้วยกล้วยหอมที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมอีกใบ กล้ามเนื้อเธอถึงได้กระชับสวยอย่างที่เห็นไงล่ะค่ะ


3.อาหารสไปซี่มีดีกว่าที่คิด
ไม่ ใช่แต่จะได้ความแซบอร่อยลิ้น แต่คนที่กินอาหารรสจัดเป็นมื้อกลางวัน จะมีระดับน้ำตาลในเลือดคงที่กว่าคนที่ไม่ได้กิน แสดงว่าอาหารเผ็ดร้อนช่วยให้มีพลังงานยาวนานขึ้น หิวช้าลง โอกาสที่ะกินตามใจปากก็น้อยลงไปด้วย เรื่องนี้นักร้องคนเก่งอย่างริฮานน่า เธอคอนเฟิร์ม


4.กินกาแฟต้องรู้จักเลือก
ถ้า คุณติดกาแฟ อย่าสั่งเอสเปรสโซ่หรือมอคค่าที่เข้ม นมเข้ม น้ำตาลแคลอรี่สูงจัด แค่ควรสั่งคาปูชิโน่ใส่นมแบบไร้ไขมัน และดื่มก่อนที่จะออกกำลังกาย เพราะเมื่อคาเฟอีนออกฤทธิ์มันจะทำให้คุณไฮเปอร์ออกกำลังกายหนักๆ ได้นานขึ้นถึง 20 นาทีเต็ม ความผอมจะได้มาเร็วขึ้นค่ะ


5.กินเนื้อได้แต่ไม่อ้วน
ถ้าคุณจะต้องออกกำลังกายลดความอ้วนไปด้วย การกินแต่ผักผลไม้หรืออาหารชีวจิตอย่างเดียวมักจะให้
พลังงานไม่มากพอ พวก ดาราฮอลลีวู้ด เลยขาดเนื้อสัตว์ไม่ได้ เพราะเนื้อเป็นแหล่งของโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี ที่ร่างกายใช้เป็นพลังงาน วิธีกินเนื้อแบบไม่อ้วนก็คือ ตักไขมันทิ้งไป เช่น เลือกกินแต่ปลา อกไก่ หรือไม่ก็กินร่วมกับถั่วฝักยาว เห็ดไข่ พริกหวาน หรือใบแมงลัก ที่มีธาตุเหล็กเพียบ


6.โนแอลกอฮอล์
การ มีน้ำตาลในเลือดสูงจัดเกินไป จะทำให้คุณกระสับกระส่าย หงุดหงิด ผิวแห้ง จากนั้นร่างกายจะเพิ่มการผลิตฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อเอพิเนฟริน เมื่อร่างกายเครียด ฮอร์โมนโกรทที่เป็นตัวการกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมันจะทำงานมากขึ้น คุณจะลงพุง มีไขมันสะสม ตามต้นแขนต้นขา มากขึ้นโดยไม่รู้ว่าทำไม ในเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์นั้นมักจะมีน้ำตาลสูงมาก ขนาดค็อกเทลอ่อนๆ แก้วเดียวก็ทำลายหุ่นคุณได้แล้ว ไม่งั้น เจนนิเฟอร์ โลเปซ คงไม่เซย์โนใส่แอลกอฮอล์ทุกชนิดหรอกนะคะ


อยากเป็นสาวหุ่นดีล่ะก็…เอาวิธีที่เหล่า ดาราฮอลลีวู้ด แนะนำมาไปลองทำกันดูนะค่ะ…


เนื้อหาจาก นิตยสาร Spicyและเว็บwomen.mthai