7 ข้อก่อมะเร็ง นะครับ
มะเร็ง โรคที่หลายคนขยาดกลัว บาง
ครั้งสาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมที่ทำสะสมเอาไว้ก่อนป่วย
อย่างที่นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช
ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เล่าว่า
มีพฤติกรรมบางอย่างเข้าข่ายสร้างหนี้มะเร็ง
และสร้างภาวะล้มละลายทางสุขภาพได้ ดังเช่น 7
กรณีหนี้มะเร็งที่อาจถูกมองข้ามไป...
"เอ็กซเรย์บ่อย โดยไม่จำเป็น"
เช่น กรณีเอ็กซเรย์มะเร็งเต้านม (แมมโมแกรม)
ที่มีรายงานออกมาจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญระดับสากลแล้วว่าไม่จำเป็นเสมอไป
เพราะไม่ได้ช่วยให้อัตราการเกิดมะเร็งลดลง
ทั้งนี้รวมถึงการเอ็กซเรย์แบบเข้าอุโมงค์สแกนทั้งตัว
ซึ่งจัดเป็นการอาบรังสี
โดยรังสีเอ็กซ์ที่ได้นั้นเป็นพิษต่ออณูกายในระดับดีเอ็นเอ
"ใช้ฮอร์โมน"
การได้รับฮอร์โมนมาทั้งแบบกิน ฉีดหรือเสริมเข้าไป
ที่ใช้กับวัยทองหรือเพื่อกระตุ้นความหนุ่มสาวใดๆก็ตาม
ต้องระวังการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนา
เพราะไม่มีฮอร์โมนเสริมใดที่ไร้พิษภัย
การรับเข้าไปมีสิทธิ์ไปกวนฮอร์โมนธรรมชาติของเดิมและกลายเป็นปุ๋ยเร่งมะเร็ง
ได้"นอนดึก" การพักผ่อนที่ดึกเกินไปหรือผิดเวลาบ่อยๆ เช่นการทำงานแบบเข้ากะ สลับเวรเช้า บ่าย และดึก เป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพและโรคมะเร็งบางชนิด แต่ไม่จำเป็นต้องลาออกจากหน้าที่การงานเสียหมด เพียงขอให้ฝึกเทคนิคหลับลึกจะช่วยพลิกวิกฤติสุขภาพได้
"กินดึก"
ไลฟสไตล์แบบนอนและกินผิดเวลาจะพาให้ระบบในร่างกายแปรปรวน
ลองนึกถึงรถยนต์ที่ขับไปนู่นมานี่ไม่มีวันพัก
เครื่องยนต์ก็จะเสื่อมเร็วต้องเปลี่ยนอะไหล่ไปเรื่อย
การกินดึกเหมือนการแกล้งให้ร่างกายต้องทำโอทีในเวลาที่ควรพักผ่อน
ร่างกายต้องลุกขึ้นมาย่อยอาหารอย่างสะลึมสะลือ
จะทำให้สมองหลั่งสารต้านมะเร็ง อย่าง “เมลาโทนิน” ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
"กินซ้ำ"
ทำพิษกับท่านที่ชอบรับประทานตามสะดวก
โดยสั่งอาหารซ้ำเดิมมากินแทบทุกมื้อจนกระเพาะและลำไส้เคยชินกับการกินสาร
อาหารเดิม ส่งผลให้ขาดวิตามินได้ แถมการกินซ้ำยังทำให้สะสมพิษไว้ในร่างกาย
ที่เกี่ยวกับมะเร็งก็เช่น การรับประทานหมูแฮม แหนม ไส้กรอกบ่อยๆ
หรือการกินปลาเค็มบ่อยๆ ก็มีสิทธิ์กระตุ้นมะเร็งในจุดสำคัญของร่างกายได้"ท้องผูก" อาการท้องผูกช่วยกระทุ้งมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะที่ทำพิษกับลำไส้ใหญ่เพราะอยู่ใกล้ชิดกับของเสียจากร่างกายเป็นที่ สุด อาการท้องผูกอาจเป็นจุดเริ่มต้นของก้อนมะเร็งในลำไส้ได้ โดยท่านที่เป็นบ่อยหรือมี “ติ่งเนื้อ(Colon polyposis)” ขอแนะให้ไปส่องกล้องดูอย่างน้อยสักครั้ง
ขอบคุณ ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น